ADJECTIVES - ADVERBS           
   

ADJECTIVE  คืออะไร  
        
     Adjective คือคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนามเพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ ลักษณะ คุณภาพ ขนาด รูปร่าง รูปทรง สี หรือวัตถุดิบที่ทำ เช่น big (ใหญ่) small (เล็ก) fine (งดงาม ดี) good (ดี) cheap (ราคาถูก) round (กลม) tall (สูง)

ชนิดของ Adjective
     1. articles : a,an,the  หรือ  possesive adjective : my, your, his, her,...
     2. possesive noun : father's, John's
     3. ordinals : first, next, only, some
     4. cardinals : two, other, several, many other
     5. descriptove adjective: beautifu,l ripe, delicious
     6. little, old, new
     7. colours
     8. class adjective: English, adult
     9. nouns : history  book, flower  garden    [ Exercise1 ]

ตำแหน่งของคุณศัพท์ ( Position )
• ใช้วางประกอบข้างหน้านาม ( Attributive use ) ที่มันขยาย
    She is a beautiful girl. เธอเป็นคนสวย ( beautiful ขยายนาม girl)
    These are small envelopes. พวกนี้เป็นซองเล็กๆ ( small ขยายนาม envelopes)
• ใช้วางเป็นส่วนของกริยา ( predicative use ) โดยอยู่ตามหลัง verb to be เมื่อ adjective นั้นขยาย noun     หรือ pronoun     ที่อยู่หน้า verb to be
         The girl is beautiful.
         เด็กผู้หญิงคนนั้นสวย ( beautiful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย girl และ the เป็นคุณศัพท์ขยาย girl เช่นกัน
        These envelopes are small.
        ซองพวกนี้มีขนาดเล็ก ( small เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย envelopes ,these  เป็น คุณศัพท์ขยาย envelopes เช่นกัน )
       She has been sick all week. เธอป่วยมาตลอดอาทิตย์ ( sick เป็น คุณศัพท์ ที่ตามหลัง verb to be    ขยายสรรพนาม she )
       (You) Be careful. ( คุณ ) ระมัดระวังด้วย (careful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย you    ซึ่งในที่นี้ละไว้เป็นที่เข้าใจ)
       That cat is fat and white. แมวตัวนั้นอ้วนและมีสีขาว
      (That เป็นคุณศัพท์ประกอบหน้านาม fat และ white เป็นคุณศัพทซึ่งเป็นส่วนของกริยาขยาย cat

 

หลักเกณฑ์อื่นๆ  

1.
คุณศัพท์ที่ประกอบหน้านามไม่ได้ ต้องวางหลัง verb to be หรือ linking verb* เท่านั้นเรียกว่าเป็น      predicate adjective ได้แก่
         alike เหมือน                             afraid กลัว
         asleep หลับ                             alone โดยลำพัง
         awake ตื่นอยู่                           alive มีชีวิตอยู่
         aware ระวัง                              ashamed ละอาย
         afloat ลอย                                unable ไม่สามารถ
         content พอใจ                           worth มีค่า
         ill ป่วย                                       well สบายดี
   เช่น
        These two women look alike. ผู้หญิง 2 คนนี้ดูเหมือนกัน ( look เป็น linking verb, alike เป็น    predicative adj.)
        The boy is asleep. เด็กชายกำลังนอนหลับ ( ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The sleeping boy. )
        The sky is aglow. ท้องฟ้าสว่างไสว ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The glowing sky.

* linking verb หมายถึง กริยาที่ใช่เชื่อมประธาน ( Subject) กับคำอื่นให้สัมพันธ์กันเพื่อช่วยขยายประธาน
   ของประโยค ให้ได้ใจความสมบูรณ์ที่นอกเหนือไปจาก verb to beเช่น appear, become, feel, get,    grow,keep, look, go, remain, seem, smell, sound, taste, turn.

2. คุณศัพท์ที่ใช้เป็นส่วนของกริยา ( verb to be ) ไม่ได้ เช่น
      former ก่อน       latter หลัง      inner ภายใน       outer นอก       actual    ในทางปฏิบัติ       neighboring     ใกล้เคียง     elder    อายุมากกว่า           drunken      เมา       entire    ทั้งสิ้น       shrunken   หด       especial     โดยเฉพาะ       wooden   ทำด้วยไม้        middle กลาง
      เช่น A wooden heart. (ไม่ใช่ A heart is wooden )

3. ถ้าคุณศัพท์นั้นทำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนามที่เป็นกรรมของประโยคต้องวางคุณศัพท์ไว้หลังกรรมนั้นเพื่อให้้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
     We considered his report unsatisfactory. เราพิจารณาเห็นว่ารายงานของเขาไม่เป็นที่น่าพอใจ
     (unsatisfactory เป็นคุณศัพท์ขยาย his report ซึ่งเป็นกรรมของประโยค )

4. เมื่อใช้กับข้อความแสดงการวัด ( measurement) วางคุณศัพท์ไว้หลังนาม หรือสรรพนาม เช่น
     My uncle is sixty years old. ลุงของฉันอายุ 60 ปี (ไม่ใช่ My uncle is old sixty years.)
     This road is fifty feet wide. ถนนนี้กว้าง 50 ฟุต (ไม่ใช่ This road is wide fifty feet.)

5. เมื่อคุณศัพท์หลายคำประกอบนามหรือสรรพนามเดียว จะวางข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ โดยจะต้องมี and      มาคั่นหน้าคุณศัพท์ตัวสุดท้าย เช่น
     The building, old and unpainted, was finally demolished. ตึกซึ่งเก่าและสีทรุดโทรมในที่สุดก็ถูก
     ทุบทิ้ง (วางข้างหลัง)
หรือ The old and unpainted building was finally demolished. (วางข้างหน้า)
     He bought a new, powerful and expensive car . เขาซื้อรถใหม่ที่กำลังแรงสูงและราคาแพง หรือ
     He bought a car, new, powerful and expensive.

6. คุณศัพท์วางตามหลังคำสรรพนาม ( pronoun ) ที่มันขยาย ต่อไปนี้
      someone      anyone        no one         everyone
      somebody    anybody      nobody        everything
      something    anything     nothing        everybody
เช่น
      She wanted to marry someone rich and smart. เธอต้องการแต่งงานกับใครสักคนซึ่งหล่อและรวย
      I'll tell you something important. ฉันจะเล่าบางอย่างที่สำคัญให้คุณฟัง

7. วาง คุณศัพท์ไว้หลังนามหรือสรรพนามถ้าคุณศัพท์นั้นมีข้อความ ( prepositional phrase ) ประกอบอยู่ เช่น
     Thailand is a country famous for its food and fruits. ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารและ
     ผลไม้   (famous เป็นคุณศัพท์ famous for food and fruits เป็นข้อความขยายคำนาม country)
     She is the woman suitable for the position. เธอเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับตำแหน่ง
     (suitable เป็นคุณศัพท์ suitable for the position. เป็นข้อความขยาย woman )

8. คุณศัพท์บางคำมีความหมายต่างกัน ถ้าวางในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น
     He is and old friend. เขาเป็นเพื่อนเก่า
     My friend is old. เพื่อนของฉันสูงอายุ
     The teacher was present. ครูมาอยู่ที่นั้นด้วย
     The present teacher. ครูคนปัจจุบัน
     Harry was late. แฮรีมาสาย
     The late Harry. แฮรี่ผู้เสียชีวิตไปแล้ว

9. กลุ่มของคำที่เป็นวลี ( phrase) หรืออนุประโยค ( clause ) เมื่อขยายคำนาม ต้องวางหลังนามหรือสรรพนามที่
     มันประกอบ เช่น
     The woman sitting in the chair is my mother . ผู้หญิงที่นั่งที่เก้าอี้เป็นแม่ของฉัน
     (sitting in the chair เป็นวลี ขยายคำนาม the woman)
     The man who came to see me this morning is my uncle. ผู้ชายที่มาหาฉันเมื่อเช้านี้คือลุงของฉัน
     (who came to see me this morning เป็นอนุประโยคขยายคำนาม the man )
      หมายเหตุ ถ้านามใดมีทั้งวลี และ อนุประโยค มาขยายพร้อมกัน ให้เรียงวลีไว้หน้าอนุประโยคเสมอ เช่น
     I like the picture on the wall which was painted by my friend.      ฉันชอบรูปภาพที่แขวนบนข้างซึ่งวาดโดยเพื่อนของฉัน
     (on the wall เป็นวลีขยาย the picture) ( which was painted by my friend เป็นอนุประโยคขยาย the      picture)
     There is only one solution possible. (possible วางหลังคำนาม solution )
     There are some tickets available. ( available วางหลังคำนาม tickets)

10. คุณศัพท์ที่เป็นสมญานามไปขยายคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ให้วางหลังคำนามนั้นเสมอ เช่น
       Alexander the Great         William the Conqueror

11.โดยปกติคุณศัพท์จะต้องวางหลัง article ที่เป็น a หรือ an เช่น a good man ยกเว้นคุณศัพท์ต่อไปนี้       เมื่อนำไปขยายคำนามที่เป็นเอกพจน์และนับได้   
     ให้วางคุณศัพท์นั้นไว้หน้า a หรือ an ได้แก่ half, such,       quite, rather และ many เช่น
      John is such a good man. ( a good man เป็นนามเอกพจน์ )
      This is rather a valuable picture ( a valuable picture เป็นนามเอกพจน์ )

12. เมื่อ adjective หลายคำประกอบคำนามเดียว ควรวางลำดับก่อนหลังดังนี้
              
                       EXERCISE 2

 
   ลำดับการวาง Adjective ขยายหน้าคำนาม 
คำชี้เฉพาะ(the, these)
คำแสดงความเป็นเจ้าของ
(my, Tom's)
ลำดับท(first, ี่ second)
only
some
บอกจำนวนนับ
(one, two)
many
other
คำอธิบายลักษณะ
คุณภาพ
ลักษณะ
รูปร่าง
ขนาด
อายุ
สี
สัญชาติ
แหล่งกำเนิด
คำนามที่นำมา
ใช้ประกอบนาม
นามหลัก
A
 
beautiful
old
Italian
  shirt
An
 
expensive
antique
  chair
The
 
four
gorgeous
long-stemmed
red
  roses
Her
 
short
black
  hair
Our
 
two
big
old

English

  guns
 
Some
delicious
Thai
  food
 
Many
modern
small
  houses
John's
only
one
    old black Italian sport car
 ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://ict.moph.go.th/English/content/adv02_formation.htm                                                            EXERCISE 2
และStandard Grammar & Expression 4


        

 

 

ADVERBS

 

Adverb คืออะไร
                  Adverb คือคำที่ขยายกริยาบอกความมากน้อยของกริยา ส่วนใหญ่จะวางหลังกริยา แต่มีบางครั้งวางหน้ากริยาเช่น Adverb ที่บอกความถี่ และ Adverbที่ใช้เน้นกริยาจะวางหน้ากริยา
การจัดชนิดของ adverbs นี้ แต่ละตำราจะแบ่งไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วเนื้อหาจะเหมือนกัน ในที่นี้จัดกลุ่มดังนี้

  Adverb ที่ขยาย adjective และ adverb ได้แก่
                1.Adverbs of Degree ซึ่งปกติจะนำหน้าคำที่มันขยาย

  Adverb ที่ขยาย verb ได้แก่
                2. Adverbs of Time
                3. Adverbs of Manner
                4. Adverbs of Place
                5. Conjunctive Adverbs
                
            อื่นๆ     
                6. Interrogative Adverbs
                7. Relative Adverbs
                8. Viewpoint and Commenting Adverbs
                9. Adverbs phrases and clauses of purpose
               10. Adverbs of Certainty
             มีรายละเอียดดังนี้

1. Adverbs of Degree เป็นกริยาวิเศษณ์ทส่วนใหญ่ี่ไปขยาย adjective หรือ adverb ด้วยกันเอง เพื่อบอกระดับหรือปริมาณความมากน้อย คำที่พบบ่อยๆ ได้แก่

                absolutely certainly definitely, probably entirely obviously very
                almost nearly quite just too enough hardly
                completely very extremely exactly scarcely so much
                quite perhaps probably rather fairly only slightly

ตำแหน่งของ Adverbs of Degree ส่วนใหญ่วางหน้าคำที่มันขยาย มักจะขยาย adjective หรือ adverb ด้วยกันเอง และวางหน้า main verb หรือระหว่างกริยาช่วย ( auxiliary verb )กับ main verb เช่น

                The water was extremely cold. น้ำนั้นเย็นเจี๊ยบเลย ( ขยาย adjective - cold)
                I am too tired to go out tonight. ฉันเหนื่อยเกินไปกว่าที่จะออกไปข้างนอกคืนนี้ ( ขยาย adjective - tired)
                Please do not speak too fast. โปรดอย่าพูดเร็วเกินไป ( ขยาย adverb - fast )
                He hardly noticed what she was saying. เขาแทบไม่ได้สังเกตว่าเธอพูดอะไร ( วางหน้า main verb - noticed )
                She had almost finished her breakfast when I came in. เธอกินอาหารเช้าเกือบเสร็จแล้วตอนที่ฉันเข้ามา
                ( วางระหว่างกริยาช่วย - had กับ main verb - finished )

2. Adverbs of Time เป็น adverb ที่ บอกว่าการกระทำนั้นเกิดเมื่อใด (when ) เป็นเวลานานแค่ไหน ( for how long ) และบ่อยแค่ไหน
(how often ) เช่น

                When : เช่น today, yesterday, later,now, last year, after,soon, before, sometime
                (ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต ), immediately, recently,early
                For how long : เช่น all day, not long, for a while, since last year,temporarily,briefly, from......to, till, until                 (บางตำราแยกเป็น Adverbs of Duration )
                How often : เช่น sometimes (บางครั้ง บางคราว ), frequently, never, often, always, monthly
                (บางตำราแยกหัวข้อนี้ออกเป็น Adverbs of Frequency )

การวางตำแหน่งของ Adverbs of time

                Adverb ที่บอกว่าเกิดเมื่อใด ( When ) ส่วนมากจะนิยมวางท้ายประโยค เช่น
                I 'm going to tidy my room tomorrow. ฉันจะจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยพรุ่งนี้
                You have to get back before dark. คุณต้องกลับมาก่อนจะมืดค่ำ
                Everyone arrived early. ทุกคนมาเร็วกว่าเวลาที่กำหนด
                It is time to leave now. ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว
                แต่อาจวางหน้าประโยคได้เช่น
                Today I will go to the library. วันนี้ ฉันจะไปห้องสมุด
                Now it is time to leave. ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว

 Adverb of time ส่วนมากจะวางไว้ในกลางประโยคไม่ได้ ยกเว้น now, once, และ then เช่น It is now time to leave.
Adverb ที่บอกว่าเป็นเวลานานแค่ไหน ( for how long ) ส่วนมากวางท้ายประโยคเช่นกัน เช่น
                I lived in Australia for a year. ฉันเคยอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปี
                My daughter went out with her friends all day. ลูกสาวฉันออกไปกับเพื่อนของเธอทั้งวัน
                John will be here from tomorrow till next week. จอห์นจะอยู่ที่นีตั้งแต่พรุ่งนี้ถึงอาทิตย์หน้า
Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหน ( how often ) เป็นการแสดงความถี่ของการกระทำ ส่วนมากวางหน้ากริยาหลัก ( main verb ) แต่หลังกริยาช่วย ( auxiliary verbs ) เช่น be, have, may, must
                I often eat vegetarian food. ฉันรับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่บ่อยๆ
                He never drinks milk. เขาไม่เคยดื่มนม
                You must always fasten your seat belt. คุณจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ (เช่น เวลาขับรถ นั่งเครื่องบิน )
Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหนซึ่งระบุจำนวนเวลาของการกระทำที่แน่นอน ส่วนมากจะวางท้ายประโยค เช่น
                This magazine is published monthly. นิตยสารฉบับนี้ออกเป็นรายเดือน
                He visits his mother once a week. เขาไปเยี่ยมมารดาของเขาอาทิตย์ละครั้ง (เป็นกิจวัตร)
Adverbsที่สามารถวางท้ายประโยค หรือวางหน้ากริยาหลักเช่น frequently,generally, normally, occasionally,often, regularly, sometimes, usually เช่น
                She regularly visits France. เธอไปฝรั่งเศสเป็นประจำอย่างสม่ำ่เสมอ
                She visits France regularly.
                We occasionally go to the cinema. เราไปดูภาพยนต์ในบางโอกาส
                We go to the cinema occasionally.

หมายเหตุ
sometime ( ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต) เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำเกิดเมื่อใด ( When )
sometimes ( บางครั้งบางคราว ) เป็น adverb ที่บอกความถี่ของการกระทำ ( how often ) ดังนี้
                I would like to read that book sometime. ฉันอยากจะอ่านหนังสือเล่มนั้นเมื่อใดเมื่อหนึ่ง
                I sometimes see him in the park. ฉันเจอเขาในสวนสาธารณะเป็นครั้งคราว

3. Adverbs of Manner เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำนั้นได้กระทำในลักษณะอาการอย่างไร ( How ) ส่วนมากจะเป็น adverb ที่ได้จาก adjective เติมท้ายคำด้วย -ly เช่น

                actively อย่างกระฉับกระเฉง           any how อย่างไรก็ดี
                aggressively อย่างก้าวร้าว             loudly อย่างดัง
                carefully อย่างระมัดระวัง                distinctly อย่างเห็นได้ชัด
                easily อย่างง่ายดาย                        equally โดยเท่าเทียมกัน
                fast อย่างเร็ว                                  gladly อย่างดีใจ
                greedily อย่างตะกละ ละโมบ           intentionally อย่างตั้งใจ
                quickly อย่างเร็ว                             promptly อย่างไม่ชักช้า
                simply โดยง่าย, ธรรมดา                 quietly อย่างเงียบเชียบ
                still โดยสงบนิ่ง                                sincerely อย่างจริงใจ
                together ร่วมกัน                            suddenly โดยกระทันหัน
                wisely อย่างฉลาด                           well อย่างดี