Achilles in Troy

                          
 
 

 

 Achilles' heel  = จุดอ่อน หรือ จุดตาย

           คำนี้มาจากเทพนิยายกรีกโบราณ เทพนักรบชื่อ Achilles ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าคงกระพัน  ทำศึกทุกครั้งไม่เคยมีศาสตราวุธใดทำร้ายได้เลยเนื่องจากเทพมารดรคือ Thetis จัับเท้าทั้งสองของลูก(Achilles) ห้อยตัวจุ่มลงในแม่น้ำ  Styx ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นการชุบตัว ทำให้ร่างกายต้านทานคมหอกคมดาบได้ แต่มีจุดอ่อนอยเู่พียงจุดเดียวคือ  บริเวณข้อเท้าและส้นเท้าของทารกน้อยที่แม่จับห้อยหัวจุ่มน้ำนั่นเอง เมื่อครั้งทำศึกเมืือง Troy   ถูกเทพParis  ยิงลูกศรเข้าที่ส้นเท้าถึงแก่ความตาย

 Ex: Sunee wants to win the competition but she does not know her opponents' Achilles' heel yet.
      สุีนีต้องการจะชนะการแข่งขัน แต่เธอไม่รู้จุดอ่อนของคู่ต่อสูู้็้้้้

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก พจนานุกรม อังกฤษ-ไทย ตำนานคำ                                                              <uploaded Dec.4 , 2008>
               รูปจาก www.google.com


   Acid test  = พิสูจน์กันให้เด็ดขาด
        ตามปกติการทดสอบทางเคมีโดยใช้กรดไนเตรดทาบนเนื้อโลหะเพื่อพิสูจน์ว่า เนื้อเป็นทองคำแท้หรือไม่ ต่อมา acid test  จึงได้กลายมามีความหมายว่า "พิสูจน์กันให้เด็ดขาด"หรือ"พิสูจน์กันให้รู้ดำรู้แดงกันเลย"

 Ex:   Winning the seat in the provincial council is a real acid test dor Praderm, because his first debut in politicial area  depends very much on it.
        การชิงเก้าอี้ในสภาจังหวัดถือได้ว่าป็นการทดสอบในสนามจริงของประเดิม
เพราะการลงสนามการเมืองครั้งแรกของเขาขึ้นอยู่กับ
        การเลือกตั้ง(ท้องถิ่น)ในครั้งนี้มากทีเดียว

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก พจนานุกรม อังกฤษ-ไทย ตำนานคำ                                                            <uploaded Dec.28 , 2009>
               รูปจาก www.google.com
 
 

 Adam's apple =ลูกกระเดือก

          จากพจนานุกรม อังกฤษ-ไทย ตำนานคำ โดย นพพร สุวรรณพานิช และสันติ  อิศโรกล่าวว่าตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาต่างสันนิษฐานว่าผลไม้ต้องห้ามที่อีฟยื่น ให้อดัมกินนั้น เป็นผลแอปเปิ้ิล จากคัมภีร์เล่มที่ชื่อว่า "Book  of Genesis"  ที่กล่าวถึงตอนที่พระเจ้าสร้างโลกมนุษย์ก็บรรยายแต่เพียงว่า ต้นไม้ต้องห้ามนั้นอยู่ตรงกลางสวน แห่งอีเดน  และมีความสวยงามมากเท่านั้นเอง แต่ไม่มีระบุว่าเป็นต้นแอปเปิล  จึงเป็นการตีความกันเอง
          จากเว็บไซต์ http://dek-d.com/board/view.php?id=1493688พระคัมภีร์ไบเบิลภาษาไทยฉบับ KJV ได้กล่าวว่ามีผู้เล่าว่า  ในสวนอีเดนซึ่งเป็นสวนที่พระเจ้าสร้างนั้น  งูนั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาดกว่าบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าได้ทรงสร้างไว้  มันกล่าวแก่หญิงนั้นว่า  "จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า `เจ้าอย่ากินผลจากต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้'" หญิงนั้นจึงกล่าวแก่งูว่า "ผลของต้นไม้  ชนิดต่างๆในสวนนี้เรากินได้ แต่ผลของต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ท่ามกลางสวน พระเจ้าตรัสว่า `เจ้าอย่ากินหรือแตะต้องมัน มิฉะนั้นเจ้าจะตาย'"
  งูจึงกล่าวแก่หญิงนั้นว่า "เจ้าจะไม่ตายแน่เพราะว่าพระเจ้าทรงทราบว่า เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นวันนั้น "
          จากเว็บไซต์http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?p=4474028&sid=3442dc11cc9b90426f5f7b1f614a904f
 เรื่อง: รู้ไหม? ทำไมผู้ชายจึงมี "ลูกกระเดือก" กล่าวว่า"... ฝรั่ง (บางคน) เวลาอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็มักถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า  ผลไม้ที่อีฟยั่วยวนยื่นให้อดัมกิน  ฝืนคำสั่งพระเจ้าจนโดนขับจากสวนสวรรค์ ทำให้มนุษย์ผจญเรื่องเดือดร้อนสารพัดจนทุกวันนี้คือ 'แอปเปิ้ล'  ใช่หรือไม่...? กูรูผู้รอบรู้หลายคนออกมานั่งยันนอนยันว่า'ไม่ใช่' เพราะข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลระบุไว้เพียงว่า
          ...She took 'the fruit of the tree which is in the midst of the garden' ...
 ไม่มีคำใดกล่าวชัดว่าเป็นแอปเปิ้ล ส้ม หรือทุเรียนใดๆทั้งสิ้น แต่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องนี้ กลับพากันเชื่ออย่างแน่นแฟ้นว่า ต้องเป็น  'แอปเปิ้ล'......ซึ่งก็เกิดจากความเชื่อที่ว่า เมื่ออดัมกัดกินแอปเปิ้ลเข้าปากคำหนึ่ง พระเจ้าก็พลันพิโรธ ตวาดเสียงดังปานฟ้าถล่ม  อดัมตกใจจนแอปเปิ้ลติดคอ  เป็นเหตุให้มนุษย์ผู้ชายมีลูกกระเดือกมาจนทุกวันนี้นั่นเอง..?!
          จึงพอสรุปได้ว่าความเชื่อเรื่องอดัมและอีฟแอบกินแอปเปิ้ลในสวนอีเดนเป็นสาเหตุ ทำให้ลูกกระเดือกถูกรียกว่า Adam's apple

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก   พจนานุกรม อังกฤษ-ไทย ตำนานคำ  
 เว็บไซต์http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?p=4474028&sid=3442dc11cc9b90426f5f7b1f614a904f
เว็บไซต์ http://dek-d.com/board/view.php?id=1493688                                                         <uploaded Dec.31 , 2008

 
 

 
Above the salt
= แขกผู้ทรงเกียรติ อาคันตุกะผู้มีเกียรติ

          ตามธรรมเนียมของชาวอังกฤษ เจ้าภาพจะจัดที่นั่ง กินอาหารให้แขกตามฐานะ   และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าภาพกับแขก  หากเป็นแขกที่มีเกียรติ  เขาจะจัดให้นั่งเหนือ   ขวดใส่เกลือ (to sit above the salt)   คือตรงหัวโต๊ะที่นั่งถัดจากขวดเกลือตามแนวยาว  สองด้านของโต๊ะคือ แขกธรรมดาทั่วไป

  ประเดิมมักกล่าวกับแขกผู้มีเกียรติเสมอว่า "เชิญนั่งครับ นี่ที่นั่งสำหรับท่านครับ"
  Praderm is used to saying to an honored guest: Come and sit above the salt. Here's a place for   you.


  ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded Jan.3 , 2008>

 
 


biscuit
= ขนมปังกรอบหวาน

บิสกิต   ขนมปังกรอบ   อังกฤษหมายถึงขนมปังกรอบหวานหลายรส  รูปลักษณะต่างๆ   ในทางภาษาศาสตร์ บิสกิตแปลว่าทำอาหารสองครั้ง มาจากภาษาฝรั่งเศสเก่าว่า bescoit หรือ biscuit  ตราบจนถึงศตวรรษที่ 17 biscuit เคยถูกเรียกว่า biscuit bread มาก่อน    ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันขนมปังกรอบหวานของอังกฤษเรียกว่า cookie

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded Jan.5 , 2008>
รูปจาก www.google.com

 
 

Coconut = มะพร้าว

ทุกวันนี้ไม่มีใครทำท่าตกใจเวลาที่เห็นลูกมะพร้าวอีกแล้ว  แต่ก็มีน้อยคนที่ทราบว่า  คำว่า"coconut" มาจากไหน coconut เป็นคำที่เกิดในสมัยที่โปรตุเกสยังล่าอาณานิคม ในสมัยนั้นนักล่าอาณานิคมชาวโปรตุเกสเข้ายึดครองเกาะต่างๆในแถบร้อน  พอเห็นผลมะพร้าวเป็นครั้งแรก  ก็ถึงกับอุทานด้วยความตกใจกลัว "coco" (หมายถึงสิ่งที่น่ากลัวเหมือนภูติผีปีศาจ) เพราะเขาเห็นลูกมะพร้าวมีจุดดำคล้ำๆ 3 จุดดูคล้าย"คนหน้าผี" จึงเป็นคำเรียกมะพร้าวของชาวตะวันตกโดยรวมคำว่า "coco" กับ "nut" และใช้เรียกคนผิวดำแต่ใจขาว คือมีความคิดอ่านและค่านิยมแบบชาวผิวขาวจะถูกตราหน้าว่าเป็น "coconut"

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded July 20, 2010>
รูปจาก www.google.com

 
  Companion = เพื่อน
 
   

Complexion = ผิวพรร

 
 

Hat trick  = ทำแต้มได้ 3 ลูกติดต่อกัน

คนทั่วไปเข้าใจว่ามาจากนักมายากลที่ชอบใช้หมวกเป็นเครื่องบังตาผู้ชม ซึ่งไม่ใช่ แต่มาจากกีฬาคริกเก็ต
สมัยหนึ่งผู้เล่นสามารถรับลูกและทำแต้มได้ถึง 3 ลูกติดต่อกันจะำได้รับรางวัลหรือได้รับการยกย่องโดยการมอบหมวก ให้หนึ่งใบจากสโมสรทีี่่่่สังกัดอยู่โดยเรียกว่า "hat trick"

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded July 21, 2010>
รูปจาก www.google.com

     

 

Mascot = เครื่องราง

เป็นสัญลักษณ์ตัวนำโชคในเทศกาลต่างๆ  มักออกแบบให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู เช่นรูปนก รูปไก่ หรือรูปสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง เป็นต้น

ในอดีต mascot เป็นเครื่องรางของขลังที่ผู้คนมีความเชื่อว่าจะนำโชคมาให้  ในขณะเดียวกันสัญลักษณ์บางอย่างก็นำความวิบัติมาให้ เช่น ความเชื่อในเรื่องรอยเท้ากระต่าย หรือตุ๊กตาวูดูที่มีมานับพันปีแล้ว

mascot ในภาษาลาตินชาวฝรั่งเศสเริ่มนำคำนี้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องเวทมนต์ไสยศาสตร์ บางครั้งเครื่องรางที่สะกดไว้ด้วยเวทมนต์อาจเป็นรูปสัตว์หรือหัวกระโหลกก็ได้  แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกห้ามจากศาสนาจารย์แต่ชาวบ้านยังคงเชื่ออย่างงมงายว่าสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะนำโชคลาภมาสู่ตน

สำหรับนักกีฬามีความเชื่อในเรื่องของนิมิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นขวัญกำลังใจอย่างหนึ่ง สัญลักษณ์อย่างเช่นเสือหรือเหยี่ยวก็เชื่อกันว่าจะบันดาลให้นักกีฬามีพละกำลังแข็งแรงดุจดียวกัน จึงกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่การแข่งขันกีฬาสำคัญๆต้องมีสัญลักษณ์ประจำการแข่งขันในแต่ละครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded July 21, 2010>
รูปจาก www.google.com

     
   

money =เงิน

เงิน หรือเงินตราเป้นตัวแทนที่ใช้แลกเปลี่ยนสินค้านั้นมีใช้กนานเป็นเวลาหลายพันปี ตั้งแต่ใช้หอยเบี้ยหรือหินบางชนิด เรื่อยมาจนถึงการถลุงโลหะ เพื่อผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์ แม้แต่คำว่า money ก็มีมาตั้งสมัยก่อนคริสต์กาล หรือราว 2,200 ปีมาแล้ว

เทพจูโน เรนียา (Juno Regina) เป้นมเหสีของจูปีเตอร์ซึ่งเป็นกษัตริยืใหญ่ของเทพทั้งปวง เทพจูโนนี้มีหน้าที่หลักคือ คอยพิทักษ์ คุ้มครองแก่บรรดาสตรีทั้งหลาย รวมทั้งเป้นสัญลักษณ์แห่งการแต่งงาน รวมทั้งเป็นเทพแห่งพระจันทร์ และที่สำคัญคือเป็นเทพแห่งการเตือนภัย และการพิทักษ์รักษา

เนื่องจากชาวโรมันเป็นชาติที่ชอบรบทัพจับศึก จึงให้ความนับถือเทพจูโนมาก เพราะเป้นเทพแห่งการเตือนภัยและการพิทักษ์รักษา จึงสร้างวิหารถวาย และตั้งชื่อวิหารว่า โมเนตา (Moneta) ซึ่งแปลว่าที่ปรึกษา คำนี้มาจากภาษาลาติน Moneo แปลว่า เตือนภัย (warm)

ที่วิหารนี้เองมีการผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้น เป็นการผลิตเหรียญเงินเป้นครั้งแรกของโรมันที่วิหารนี้เมื่อ 269 ปีก่อนคริสต์ศักราช เหรียญเงินนี้จึงมีชื่อเรียกตามชื่อวิหารว่า โมเนตา ชาวฝรั่งเศสโบราณรับเอาไปใช้ในรูปของ moneie และกลายเป้น money ในภาาาอังกฤษในที่สุด

moneta คำนี้เป้นที่มาของคำภาษาอังกฤา 2 คำคือ money (เงินตรา) และ mint (โรงกษาปณ์)

 

     
 

Salad = ผักสลัด

อาหารอันวิเศษที่มีมาแล้วหลายศตวรรษ ในอังกฤษกลางเคยใช้คำว่า salade มาจากภาษาฝรั่งเศสกลาง จากภาาาโปรวังคาล จากคำว่า salada แปลว่าปรุงด้วยเกลือ ภาษาลาตินคือ sal

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded July 20, 2010>
รูปจาก www.google.com

     
 

Salary = เงินเดือน

มีรากศัพท์มาจาก salt (เกลือ) ตำนานของ salary นี้มีอยู่ว่า ในสมัยโบราณเกลือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นจีน อียิปต์ หรือโรมันโบราณ ถึงขนาดมีการรบราฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงบ่อเกลือ หรือดักปล้นคาราวานเกลือ เกลือจึงมีค่าเหมือนทอง

ในสมัยโรมัน ทหารที่ถูกส่งไปรบต่างเมือง นอกจากจะได้ค่าจ้างแล้ว ยังได้รับเงินจำนวนหนึ่งสำหรับซื้อเกลือรับประทาน เกลือภาาาลาตินเรียกว่า sal และเงินค่าเกลือนี้เรียกว่า salaruim (salt money) เงินค่าเกลือนี้ทหารซึ่งประจำการในแต่ละท้องถิ่นจะได้รับไม่เท่ากัน เพราะในบางที่เกลือก็ถูก ในบางที่เกลือก็แพง

ต่อมาหลังจากสมัยออกุสตุสแห่งโรม salaruim ไม่ได้จำกัดแค่เงินค่าเกลือ แต่รวมไปถึงค่าอุปโภค บริโภคอีกหลายๆอย่าง สำหรับทหารประจำการในหัวเมืองหรือท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งมีรอบการจ่ายที่แน่นอน เช่นรายปักษ์ รายเดือน salaruim จึงมีความหมายว่าเงินค่าจ้างประจำช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งเป้นที่มาของ salary ในปัจจุบัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คำนี้มีที่มา โดย นพพร สุวรรณพานิช                                                         <uploaded July 20, 2010>
รูปจาก www.google.com

     
 

Wife = ภรรยา

สันนิษฐานว่า คำว่า wife เกี่ยวข้องกับความหายดั้งเดิมซึ่งแปลว่า "ผ้าคลุมหน้า" หรือ "การปิดบัง" ในอดีตชายหญิงที่ร่วมชีวิตกันอย่างสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างก้ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน และฝ่ายสามีซึ่งมิได้ทำหน้าที่ตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรก็มีหน้าที่ปกป้องและให้ความปลอดภัยแก่ภรรยา วิธีหนึ่งก็คือการปิดบังซ่อนตัวภรรยาไว้ในบ้าน เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ทุกคนต้องช่วยกันทำการเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ก็เพื่อความอยู่รอด ฝ่ายหญิงจึงมีภารกิจมากมายที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว ดังนั้นวัฒนธรรมการหลบซ่อนหรือปกปิดตนเองจึงได้หมดไป แต่คำว่า wife ยังคงใช้สืบต่อกันมา คำว่า wify, wifie คือ แม่อ้ายหนู แม่อีหนู

     
   

Uncle Sam = ประเทศสหรัฐอเมริกา